1. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือวัดภูเขาทอง สะดือกรุงเทพ หนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดดเด่นด้วยพระเจดีย์สีทองสูงมีความวิจิตรงดงาม เป็นสง่าเหลืองอร่ามอยู่ท่ามใจกลางกรุงเทพมหานคร มีบันไดทั้งหมด 344 ขั้น นิยมนำดอกดาวเรือนมากราบไหว้ ขอพรด้านความสำเร็จมั่นคงชีวิต เช่น ด้านการงาน การซื้อขายที่ดิน ด้านความรัก ถือเป็นอีกวัดในกรุงเทพฯ ที่สายมูไม่ควรพลาด
2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ตั้งอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง เขตพระราชฐานชั้นนอก ทางทิศตะวันออก ติดท้องสนามหลวง เป็นที่ประกอบพระราชพิธีที่สำคัญทางศาสนา ถูกสร้างขึ้นในพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ.2325 สมัยรัชกาลที่ 1 ภายในมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม ประดับครุฑยุดนาคหล่อด้วยโลหะปิดทอง และภาพจิตรกรรมฝาผนังต่างๆ ภายในประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองไทยเลยก็ว่าได้
3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)
มาต่อกันกับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดพระแก้ว เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์ หรือ พระนอนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ และเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานมากเป็นอันดับต้นๆ ของไทย นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ นั่นก็คือพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ที่ไม่ว่าชาวไทยหรือชาวต่างชาติก็มักจะหยุดและตั้งกล้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
นอกจากนี้ชาวต่างชาตินิยมมาเรียนและใช้บริการนวดเพื่อสุขภาพ อีกทั้งองค์การยูเนสโกยังได้ทำการขึ้นทะเบียนให้วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นมรดกความทรงจำโลกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย
4. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
ข้ามมาไหว้พระย่านฝั่งธนฯ กันบ้าง กับวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของไทยที่เป็นการผสมผสานศิลปะไทย-จีนได้อย่างสวยงามลงตัว ภายในพระวิหารหลวงมีองค์พระประธาน คือพระพุทธไตรรัตนนายก หรือ “หลวงพ่อโต” หรือที่คนจีนเรียกว่า “ซำปอกง” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ และมีความศักดิ์สิทธิ์มาก เชื่อกันว่าจะทำให้ประสบความสำเร็จในการค้าขาย มีความมั่งคั่งร่ำรวย
ภายในพระอุโบสถของวัดได้มีการจำลองมาจากวัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่รับรองว่าใครที่มาไหว้พระที่วัดแห่งนี้นอกจากจะอิ่มบุญแล้วยังได้รูปสวยๆ ไว้อวดเพื่อนอีกด้วย
5. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
มาต่อกันกับวัดที่ 5 นั่นก็คือวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดแจ้ง เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา อยู่ห่างจากวัดกัลยาณมิตรประมาณ 10 – 15 นาที เอกลักษณ์ของวัดนี้คือ พระปรางค์ขนาดใหญ่ ที่มีศิลปะอันวิจิตรงดงามโดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา บอกได้คำเดียวว่า ณ. วัดแห่งนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สวยงามอยู่มากมาย รวมถึงยักษ์วัดแจ้ง และ พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก อันศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่ามูได้ทุกจุดของวัด เพื่อเสริมความสิริมงคล เสริมความปังให้กับชีวิต
6. วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร (วัดไตรมิตร)
วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร หรือที่เรียกว่า วัดสามจีน เป็นวัดโบราณเก่าแก่ เป็นที่ประดิษฐานองค์ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ หลวงพ่อทองคำ ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่ในอดีต และได้รับการจดบันทึกลงกินเนสบุ๊ค ว่าเป็น พระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่นักท่องเที่ยวและสายมูนิยมมาขอโชคลาภ ทั้งด้านการงาน การเงิน และความมั่นคง
นอกจากนี้ที่วัดวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร (วัดไตรมิตร) ยังมีจุดเด่นคือ พระมหามณฑปสีขาวขนาดใหญ่ที่วิจิตรสวยงาม ภายในวัดมีความร่มเย็น นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ ทางศาสนา และประวัติความเป็นมาเยาวราชให้ชมด้วย
7. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง)
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง) เดิมชื่อว่าวัดบางหว้าใหญ่ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ทางฝั่งธนบุรี เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญและสวยงาม ถูกสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อีกทั้งยังมีพระปรางค์ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ยุคต้นที่มีทรวดทรงงดงาม นอกจากนี้วัดระฆังถือเป็นวัดในกรุงเทพฯ ที่มีชื่อเสียงมากๆ เพราะพระเถระ คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ที่เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆัง ปีพ.ศ. 2395 จนมรณภาพในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2415 วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารจึงเป็นอีกวัดทีสายสายมูผู้มีจิตศรัทธาไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก
8. วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร (วัดบวร)
วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร (วัดบวร) หรือมีชื่อเดิมว่าวัดใหม่ เป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญของทริป ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สถาปัตยกรรมแบบไทยผสมจีน และ ยุโรป ทำให้พระอุโบสถของ วัดบวรนิเวศวิหาร มีความยิ่งใหญ่และวิจิตรงดงามในเวลาเดียวกัน เป็นวัดประจำ 2 รัชกาลของกรุงรัตนโกสินทร์ ได้แก่ รัชกาลที่ 6 และ รัชกาลที่ 9 และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
นอกจากนี้ยังเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธชินสีห์ เป็นพระประธาน ซึ่งควรค่าแก่ไปกราบไหว้เพื่อสิริมงคลเป็นที่สุด
9. วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดสุทัศน์)
วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร สร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 1 ซึ่งใช้ชื่อเดิมว่า วัดสุทธาวาส เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหารที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งของประเทศไทย เก่าแก่และมีความงดงามทางด้านศิลป์วัฒนธรรม โดยพระวิหารหลวง เป็นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัญ ซุ้มประตูด้านหน้าพระวิหารหลวง ตรงกับพระประธาน คนไทยนิยมมากราบไหว้ขอพร เพื่อการมีวิสัยทัศน์กว้างไกล
นอกจากนี้บริเวณหน้าวัดยังเป็นที่ตั้งของ เสาชิงช้า ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างให้ความสนใจมาถ่ายรูปเช็คอินกันเป็นจำนวนมาก
ที่มา:https://patsornchaitour.com/%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0-9-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E/